กรุงศรีอยุธยาเริ่มนับถอยหลังเมื่อบ้านเมืองสงบสุข! ข้าศึกไม่มาจึงเข่นฆ่าชิงอำนาจกันจนประเทศชาติย่อยยับ!!

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้อิสรภาพ และแผ่พระบรมเดชานุภาพจนพม่าไม่มาเหยียบแผ่นดินไทยถึง ๑๕๐ ปี เมื่อประเทศชาติว่างศึกศัตรู จึงน่าจะมีความสงบสุขและเจริญก้าวหน้า แต่ปรากฎว่าคนไทยกลับเข่นฆ่ากันเองเพื่อช่วงชิงอำนาจ จนประเทศชาติอ่อนแอลงทุกที พอมาได้ผู้นำที่อ่อนแอเข้าไปอีก กรุงศรีอยุธยาจึงถึงกาลชะตาขาดจนยากที่จะฟื้นคืนได้

เมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระเอกาทศรถที่ต่อจากสมเด็จพระนเรศวร การเข่นฆ่ากันเพื่อชิงอำนาจก็เกิดขึ้นมาตลอดเกือบทุกรัชกาล ผลัดแผ่นดินทีไรก็ต้องเข่นฆ่าคนที่จงรักภักดีต่อรัชกาลเก่า จนเหลือแต่ข้าราชการพวกประจบสอพลอ ใครชนะมาก็เอาด้วย พอถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งก็ต้องลากปืนใหญ่ถล่มวังหลวงชิงอำนาจมาจากพระเจ้าอาเหมือนกัน เหล่าขุนนางคนสำคัญจึงต้องไปดึงเอาคนต่างชาติหลายสายพันธุ์มาใช้ เพราะขุนนางไทยเหลือคนเก่งน้อยเต็มที

แม้สมเด็จพระนารายณ์จะพาชาติรอดปลอดภัยจากศัตรูรอบบ้านและจากชาติตะวันตกไปได้ แต่เมื่อสิ้นรัชกาล การเข่นฆ่าเพื่อชิงอำนาจก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะได้ขึ้นครองราชย์ต่อไปถูกกำจัดจนสิ้น ขุนนางข้าราชการทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ต่างก็ต้องยอมพร้อมใจกันถวายราชสมบัติแก่ขุนหลวงสรศักดิ์ ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าแท้ที่จริงก็คือโอรสลับของสมเด็จพระนารายณ์ แต่ขุนหลวงสรศักดิ์กลับว่า “บิดาของเรายังอยู่ ท่านทั้งปวงจงเชิญบิดาของเราขึ้นครองราชย์เถิด”

ด้วยเหตุนี้ พระเพทราชา อดีตเจ้ากรมช้าง ซึ่งมีอำนาจที่สุดในยามนั้น จึงได้ขึ้นครองราชย์ มีพระนามว่า สมเด็จพระมหาบุรุษ ทรงตั้งขุนหลวงสรศักดิ์ บุตรบุญธรรมเป็นพระมหาอุปราช

ไม่เพียงแต่ประเทศราชหลายเมืองจะไม่ยอมรับพระเพทราชาแล้ว พระยายมราช เจ้าเมืองนครราชสีมา กับพระยารามเดโช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เห็นว่าสองพ่อลูกนี้เป็นกบฎ ชิงอำนาจจากสมเด็จพระนารยณ์ จึงแข็งเมืองไม่ยอมขึ้นกับกรุงศรีอยุธยา ต้องยกทัพไปปราบอยู่หลายปีจึงสงบ ขุนนางที่จงรักภักดีต่อสมเด็จพระนารายณ์ทั้งที่เมืองลพบุรี กรุงศรีอยุธยา นครราชสีมา และนครศรีธรรมราชถูกฆ่าหมด

ทั้งพระเพทราชาและขุนหลวงสรศักดิ์ ขึ้นชื่อในเรื่องความโหดร้ายอำมหิตทั้งพ่อทั้งลูก ในเวลา ๑๕ ปีที่พระเพทราชาครองราชย์ ซึ่งขุนหลวงสรศักดิ์ก็มีอำนาจเต็มเช่นกัน ได้มีการสังหารขุนนางฝ่ายตรงข้ามและเชื้อพระวงศ์เดิมเกือบทั้งหมด แม้แต่เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยผู้ไปสร้างชื่อเสียงที่ฝรั่งเศส และเป็นผู้ที่ช่วยพระเพทราชาขับไล่กองทหาฝรั่งเศสออกไป แต่ไม่เห็นด้วยที่พระเพทราชาจะนำพระราชธิดาและพระขนิษฐาของสมเด็จพระนารายณ์มาเป็นชายาฝ่ายซ้ายฝ่ายขวา ให้มเหสีคนเดิมอยู่กลาง จึงถูกลงโทษด้วยการโบย ทำให้เจ้าพระยาโกษาปานตรอมใจจนถึงอนิจกรรม

ในปลายแผ่นดิน กรรมที่เคยก่อไว้ก็ตามมาถึงพระเพทราชา เมื่อพระราชโอรสที่มีพระนามว่า เจ้าพระขวัญ ประสูติจากกรมหลวงโยธาทิพ พระขนิษฐาของสมเด็จพระนารายณ์ มีขุนนางข้าราชการรักใคร่จงรักภักดีมาก ด้วยเหตุสืบเชื้อสายมาจากสมเด็จพระนารายณ์และพระเจ้าปราสาททอง เป็นเหตุให้ขุนหลวงสรศักดิ์หวาดระแวงว่าจะได้จึ้นครองราชย์แทนตน ฉะนั้นเมื่อพระเพทราชาประชวรหนัก ขุนหลวงสรศักดิ์ก็จับเจ้าพระขวัญไปสำเร็จโทษเสียด้วยท่อนจันทน์ ทั้งยังกำจัดคนที่นิยมเจ้าพระขวัญเป็นจำนวนมาก ก่อนพระเพทราชาสวรรคตรู้เรื่องนี้ก็ทรงพิโรธ มอบราชสมบัติให้แก่พระยาพิชัยสุรินทร์ ขุนนางคู่พระทัย แต่เมื่อพระเพทราชาสวรรคต พระยาพิชัยสุรินทร์จึงรีบนำเครื่องราชกกุธภัณฑ์ไปถวายขุนหลวงสรศักดิ์ ก่อนที่ตัวจะถูกสังหารอีกคน แต่ขุนหลวงสรศักดิ์เล่นตัวไม่ยอมรับ ว่าพระราชโองการโปรดมอบราชสมบัติให้ท่านแล้ว ท่านจงครองราชย์เถิด อย่ามายกให้เราเลย จะเป็นการขัดพระราชโองการไม่บังควร พระยาพิชัยสุรินทร์กลับกลัวตายหนัก ถึงกับซบหัวลงกลิ้งเกลือกฝ่าพระบาทกราบวิงวอน จนเมื่อเสนามุขมนตรีทั้งหลายตามมาอ้อนวอน ขุนหลวงสรศักดิ์จึงให้ทุกคนถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ถวายสาบาณตามโบราณราชประเพณี จึงยอมที่จะรับครองราชย์

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์